:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::
🚩เรื่อง “ร่วมดำเนินการทางวินัยหลายขั้นตอน” ขัดหลักความเป็นกลางหรือไม่ ?!
📚ถาม การที่อธิบดีกรมป่าไม้เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และเข้าร่วมการประชุม อ.ก.พ. กรมป่าไม้ เพื่อพิจารณาตรวจสอบการสอบสวนทางวินัยและมีมติเห็นชอบให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุมีคำสั่งลงโทษทางวินัย รวมทั้งเป็นผู้มีคำสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ ถือว่าเป็นไปโดยถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ และขัดหลักความเป็นกลางหรือไม่ ?
👉ตอบ เมื่อมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 บัญญัติให้อธิบดีเป็นประธานของ อ.ก.พ. กรม โดยตำแหน่ง อธิบดีกรมป่าไม้จึงมีอำนาจที่จะเข้าร่วมการประชุม อ.ก.พ. กรมป่าไม้ได้ ประกอบกับข้อ 56 (2) ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 กำหนดว่า ไม่ว่าอธิบดีกรมป่าไม้จะเห็นด้วยกับคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่ก็ตาม ให้มีหน้าที่ส่งเรื่องให้ อ.ก.พ. กรมป่าไม้ พิจารณา
🔹ดังนั้น การที่อธิบดีกรมป่าไม้ส่งเรื่องให้ อ.ก.พ. กรมป่าไม้ พิจารณา ถือเป็นกรณีที่ต้องสั่งและดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยไม่มีดุลพินิจที่จะตัดสินใจได้ว่าจะส่งหรือไม่ส่ง อันเป็นอำนาจที่ผูกพันให้ต้องสั่งการหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
🔹ในชั้นนี้ อธิบดีกรมป่าไม้จึงมีการปฏิบัติหน้าที่แยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ อ.ก.พ. กรม โดยมีดุลพินิจในการวินิจฉัยหรือตัดสินใจในการพิจารณาทางปกครองได้ แต่ส่วนที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุ โดยมีเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกฎหมายว่า จะต้องสั่งให้เป็นไปตามมติ อ.ก.พ. กรม ซึ่งเป็นอำนาจผูกพันที่ไม่อาจสั่งการให้แตกต่างไปจากมติได้
🔹ฉะนั้น แม้อธิบดีกรมป่าไม้จะเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เข้าร่วมประชุม อ.ก.พ. กรม และสั่งลงโทษผู้ฟ้องคดี กรณียังถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุที่มีสภาพร้ายแรงถึงขนาดที่จะทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง (เนื่องจากมิใช่กรณีเจ้าหน้าที่คนเดียวกันใช้อำนาจดุลพินิจเพื่อวินิจฉัยและตัดสินใจใน 2 ขั้นตอน) การดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นไปโดยถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนด และไม่ขัดหลักความเป็นกลาง
🌐 อ่านเพิ่มเติม คลิก https://dg.th/u1ptjbvqke
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟบ. 11/2567)
:: สำนักงานศาลปกครอง ::
{fullWidth}
