ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีกรณีเคยถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด ในขณะที่มีอายุไม่เกิน 14 ปี เป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไป ตามมาตรา 30 (7) พรบ.ครูฯ หรือไม่

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย มีกรณีเคยถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด ในขณะที่มีอายุไม่เกิน 14 ปี ในความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและพยายามลักทรัพย์ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ตักเตือนและปล่อยตัวไป ถือว่าไม่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไป ตามมาตรา 30 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อเท็จจริง นาย พ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย เคยมีกรณีต้องคำพิพากษาคดีอาญา ข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหสถานและพยายามลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลและทรัพย์ แต่ขณะกระทำผิด นาย พ. อายุไม่เกิน 14 ปี ศาลได้มีคำมีมีพิพากษาถึงที่สุดให้ตักเตือนแล้วปล่อยตัวไป จึงขอหารือว่า นาย พ. จะเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 30 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือไม่ อย่างไร

อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ที่ทำการแทน ก.ค.ศ.) 

พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้นาย พ. จะได้ถูกฟ้องคดีอาญาในข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหสถานและพยายามลักทรัพย์ และศาลได้พิจารณาเห็นว่านาย พ. มีความผิดในข้อหาบุกรุกเคหสถานและพยายามลักทรัพย์ก็ตาม แต่ขณะกระทำความผิดนาย พ. มีอายุไม่เกิน 14 ปี จึงได้ตักเตือนและปล่อยตัวไป ดังนั้น การที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ตักเตือนและให้ปล่อยตัวไป ย่อมแสดงให้เห็นว่า การที่นาย พ. กระทำความผิดดังกล่าวในขณะที่ยังคงเป็นผู้เยาว์ มีอายุเพียง 13 ปีเศษ ซึ่งเป็นวัยที่มีวุฒิภาวะ วัยวุฒิและคุณวุฒิน้อย ยังไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเท่าที่ควร ไม่รู้จักการยับยั้งชั่งใจในสิ่งที่ตนได้กระทำไป ซึ่งในการกระทำของเด็กวัยนี้วิญญูชนคนทั่วไปต่างเข้าใจและยอมรับได้ว่ามักทำไปด้วยความคึกคะนอง อยากมีอยากได้ โดยยังไม่มีความสำนึกตระหนักรู้จักผิดชอบชั่วดีเท่าที่ควร จึงทำให้เห็นว่าการกระทำของนาย พ. ในขณะนั้น ย่อมกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และย่อมจะไม่ทราบและรู้เท่าทันได้ว่าการกระทำของตนนั้น อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตในอนาคตอย่างไรบ้าง ดังนั้น เมื่อเป็นการกระทำในขณะที่ นาย พ. ยังเป็นผู้เยาว์ มีอายุเพียง 13 ปีเศษ จึงยังไม่ถือว่าเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรงถึงขนาดบกพร่องในศีลธรรมอันดีสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู อันกระทบต่อความเชื่อถือและเกียรติของข้าราชการครูหรือเป็นที่รังเกียจแก่สังคมและวิญญูชนทั่วไป ที่จะทำให้เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 30 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แต่อย่างใด นาย พ. จึงไม่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547

(มติ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาครั้งที่ 13/2558 วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2558)

มาตรา 30  ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(4) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.
(6) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น หรือถูกสั่งพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายองค์กรวิชาชีพนั้น ๆ
(7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
{fullWidth}
ใหม่กว่า เก่ากว่า

نموذج الاتصال